Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
05 April 2025, 09:48:58

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
26,962 Posts in 13,109 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  Recent Posts

Recent Posts

Pages: 1 ... 6 7 [8] 9 10
71
พระองค์ภาฯ


รักสยาม หนังสือเก่า รับซื้อขายหนังสือเก่า หนังสือสะสม หนังสือโบราณ
6 ธันวาคม 2024  ·
ทรงพระเจริญ
๗ ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี​ กรมหลวงราชสาริณีพัชร มหาวัชรราชธิดา
.
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมขอเดชะ










.




72

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์พัชรกิติยาภา



“ป้อ” และ ปู่ ตู่ๆ “
พระพี่เลี้ยงผู้ถวายการอภิบาล พระเจ้าหลานเธอ พระองค์พัชรกิติยาภา ได้เล่าว่า … พระองค์ภา ทรงมีพระชนมายุครบ 1 พระชันษา ก็สามารถทรงพระดำเนินได้ลำพังองค์ 6-7 ก้าว และมีพระทนต์ขึ้นถึง 4 องค์และทรงเริ่มหัดรับสั่งเรียกใครต่อใครได้หลายคำแล้ว ทรงเรียกพระชนนีว่า “แม่” ได้อย่างชัดเจน และตรัสเรียก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ว่า “ป้อ” และเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช (ร.9) พระราชดำเนินทรงเยี่ยม จะดีพระทัยมากและรับสั่งว่า “ปู่ ตู่ๆ “ ทั้งยังทรงตรัสเรียกชื่อและล้อเลียนมหาดเล็กผู้ใกล้ชิดทุกคนด้วย



.



73
เปิดข้อความอาลัย สุดซาบซึ้ง “พระองค์ภาฯ” ทรงเขียนถึง “คุณชลทิพย์” พระพี่เลี้ยง ที่จากไปเมื่อปี 2545


เปิดข้อความอาลัย สุดซาบซึ้ง “พระองค์ภาฯ” ทรงเขียนถึง “คุณชลทิพย์” พระพี่เลี้ยง ที่จากไปเมื่อปี 2545
ที่มา www.77jowo.com ,  Facebook รักสยาม หนังสือเก่า เรียบเรียงโดย Campus-Star.com

https://www.tnews.co.th/contents/216667

กลั้นน้ำตา ไม่อยู่!! เปิดข้อความอาลัย สุดซาบซึ้ง "พระองค์ภาฯ" ทรงเขียนถึง "คุณชลทิพย์" พระพี่เลี้ยง ที่จากไปเมื่อปี 45

เฟซบุ๊ก รักสยาม หนังสือเก่า เผยแพร่บทความพระพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ทรงเขียนไว้อย่างซาบซึ้งให้แก่พระพี่เลี้ยงในพระองค์ซึ่งได้เสียงชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างตามเสด็จฯรถยนต์พระที่นั่งของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปพักผ่อนยังภาคใต้ ราวปีพ.ศ.2545 โดยในบทความดังกล่าวนี้ได้ทรงเขียนถึงความรัก ความผูกพันธ์ ความเมตตาที่พระองค์ภามีต่อพระพี่เลี้ยงอย่างซาบซึ้ง





ราวปี พ.ศ. 2545 รถยนต์ตามเสด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ระหว่างที่จะเสด็จไปพักผ่อนภาคใต้เป็นเวลา 10 วัน ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น รถขบวนตามเสด็จคันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้คุณชลทิพย์ สีใส พระพี่เลี้ยงในพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสียชีวิต ทำให้พระองค์เศร้าสลดพระทัยยิ่งนัก ด้วยเหตุที่ทรงมีความผูกพันกับพระพี่เลี้ยงท่านนี้มาก ดังจะเห็นได้จากคำไว้อาลัยที่ได้ทรงเขียนไว้อย่างซาบซึ้ง ดังนี้

สิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตของคนเราคือการเอ่ยคำร่ำลา โดยเฉพาะกับคนที่เรารักทั้งที่รู้ว่าต่อไปนี้จะไม่มีเขาอีกแล้ว การจากไปของทิพย์ ยิ่งทำให้เราเข้าใจว่าความสูญเสียที่แท้จริงหมายความว่าอย่างไรตลอดเวลาเกือบตลอดชีวิตของเราที่ได้อยู่ด้วยกันมา ได้สร้างความรู้สึก ความผูกพันมากเกินกว่าที่จะสามารถกล่าวออกมาเป็นคำพูดใด ๆ ได้ เราอยากให้ทิพย์รู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาช่างมีค่าเหลือเกินสำหรับเรา ขอบคุณมากสำหรับความรัก ความห่วงใยและสิ่งดี ๆ ที่ทิพย์มอบให้เรา และทำให้เรามีวันนี้ได้









ความรัก ความผูกพัน ที่เรามีให้กันจะมากแค่ไหน คงไม่มีใครทราบได้นอกจากตัวเราเอง เราไม่เคยคิดว่าทิพย์จากเราไปไหน เพราะรู้ว่าอย่างไรทิพย์ ก็ยังอยู่ในใจเราเสมอ สิ่งที่ทิพย์ให้ ที่ปลูกฝัง ทุกอย่างได้ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเราในวันนี้จะยังคงอยู่ตลอดไป และจะไม่มีวันลืมเลือนบอกได้คำเดียวว่า รักเสมอตลอดไป  พระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ที่ทรงมีพระเมตตาต่อผู้มีคุณ ทรงได้รับแบบอย่างมาจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ พระบรมชนกนาถโดยแท้

ขอบคุณข้อมูลจาก ; เฟซบุ๊ก รักสยาม หนังสือเก่า

เรียบเรียงโดย รัตติยา ทีมข่าวภูมิภาคทีนิวส์

.



74

รักสยาม หนังสือเก่า รับซื้อขายหนังสือเก่า หนังสือสะสม หนังสือโบราณ
7 มกราคม 2018  ·

“รักมิรู้คลาย”

ภาพสองภาพที่รักสยาม หนังสือเก่า นำมาให้ได้รับชมกันนั้น ต่างกันคนละช่วงเวลา เป็นภาพเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เมื่อครั้ง "ทรงพระยาว์" โดยมีพระพี่เลี้ยง (ท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์) ถวายการอภิบาลอย่างใกล้ชิด

อีกภาพหนึ่ง "ยามพระพี่เลี้ยงชราภาพ" สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงห่วงใยดูแล โดยความห่วงนี้ เห็นปรากฏชัดแจ้งในบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง ประพาสอุทยาน

"ข้าพเจ้าจึงชวนพรรคพวกไปรำลึกความหลังต่อที่ส่วน Savill ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Windsor Great Park สมเด็จแม่โปรดส่วนนี้มาก พาเราไปบ่อย ๆ ตอนที่ไปเป็นเวลาปิดสวนแล้ว มีแต่พวกเราเท่านั้น ข้าพเจ้าให้ป้าหง่าเอารถเข็นไปด้วย โดยอธิบายว่ามาที่อังกฤษนี่ให้นั่งรถเข็นไปไหน ๆ ไม่ได้หมิ่นประมาทว่าแก่ไร้สมรรถภาพ แต่จะช่วยให้ได้เที่ยวได้ไกลและสนุกกว่าไม่มีรถเข็น เพราะไม่ต้องเดินเองให้เหนื่อยจะได้ดูอะไร ๆ มากมาย คนนั่งรถเข็นจะได้สิทธิพิเศษหลายอย่าง ส่วนเซวิลยังสวยเหมือนเดิม"

ท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์ พระอภิบาลและคุณพยาบาล ประจำพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับแต่วินาทีแรกแห่งพระประสูติกาล ภาพประทับใจ พระอภิบาลท่านนี้ เธอคัดสรรเพลงกล่อมเด็ก สารพัด สารพันเพลง เพลงแม่กาเหว่า เพลงเจ้าขุนทอง ฯลฯ บางเพลงควรร้อง บางเพลงไม่ควรร้อง กล่อมพระบรรทม

เพลงหนึ่งนั้น เนื้อหาบางตอน แปลความไทยไม่ได้ แต่ท่วงทำนองไพเราะนักหนา...ไปเถิดหนาแม่ไป...พี่สาวเรียกเพลงลาว สอนมาให้ร้อง...สมเด็จท่านถือเป็นเพลงประจำตัว....ไม่ยอมให้ใครอื่นร้อง...ท่านว่า"เพลงของหง่า"

นับแต่วันที่อายุ 37 ปี ก็ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้อภิบาล ดูแลทูลกระหม่อมทุกพระองค์ ในรัชกาลปัจจุบัน มีเพียงสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมัยทรงพระเยาว์นั้น ที่ได้กล่อมพระบรรทมถวาย ตั้งแต่มีพระชนมายุ 4-5 เดือน จนถึง 1 พรรษา เริ่มรับสั่งได้และเลิกกล่อมเมื่อทรงไปโรงเรียนแล้ว พระชนมายุราว 3 พรรษา
ผู้หญิงธรรมดาสามัญคนหนึ่ง มีภาระหน้าที่สำคัญขั้นนี้ น่าจะต้องรู้ว่าเธอให้มากกว่านี้
 
ท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2460 เป็นธิดาของนายผ่อง กับนางผิน วัฒนะศุกร เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนผดุงดรุณี โรงเรียนราชินีล่าง โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และเรียนพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้เข้าทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ด้านครอบครัว ท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์ สมรสกับนายอำนวย อิงคุลานนท์ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มีบุตรธิดา 2 คน คือ

พลเอกศุภชัย อิงคุลานนท์ อดีตรองสมุหราชองครักษ์ ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว นางอรพินท์ จันทรโคลิกา

ระหว่างนั้น หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ แพทย์ประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้นำเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้เป็นคุณข้าหลวง พระอภิบาลในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ซึ่งท่านผู้หญิงสง่า ได้ปฏิบัติงานสนองเบื้องพระยุคลบาทอย่างดียิ่งตลอดมา จนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุด ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น 4

ท่านผู้หญิงสง่า ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคปอดอักเสบ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 สิริอายุ 97 ปีเศษ

พยาบาล ผู้มีหัวใจกรุณาเหมือนนางฟ้าใจดี ชื่อ สง่า อิงคุลานนท์ ก็ถูกขานคำนำหน้าตามเกียรติยศว่า ท่านผู้หญิง เกียรติยศสูงส่งเช่นนี้ ใช่ว่าคนสามัญธรรมดาจะมีโอกาสบ่อยนัก





.








75

ในหนังสือ "คิดถึงป้าหง่า" อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ

ท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์ พระพี่เลี้ยงถวายการอภิบาลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตั้งแต่แรกประสูติ เป็นผู้เคยถวายการกล่อมพระบรรทม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อพระชนมายุได้ 4-5 เดือน ทรงฟังนิ่งและบรรทมได้เร็ว เมื่อรับสั่งได้ พอหยุดร้องก็รับสั่งว่า "อีกๆ"

"เวลาที่กล่อมถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านจะทรงจ้องมองพระเนตรโตแป๋วเลยทีเดียว แล้วก็ทรงบรรทมฟังนิ่ง ไม่ทรงทรงโยเยเลย ไม่ซนด้วย พอเพลงจบก็รับสั่งว่า "อีกๆ" ........
 
ระยะเวลาที่กล่อมก็ไม่แน่นอน บางทีกล่อมแค่ 5 นาที ก็บรรทมแล้วบางทีก็กล่อมตั้งนานจนเสียงแหบเสียงแแห้งก็ยังไม่ยอมบรรทม แต่ทรงน่ารักมากถึงจะไม่บรรทม ก็ไม่ทรงร้องทรงกวนเลย บรรทมฟังเพลงไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ปกติแล้วพระองค์จะทรงซุกซนค่อนข้างมาก ไม่ค่อยทรงจะอยู่นิ่งเท่าไรนัก
 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงโปรดเพลงตั้งแต่ยังไม่ทรงรู้ความ ขอให้ได้เป็นเพลงเถอะ เพลงอะไรก็ได้ทรงโปรดทั้งนั้น

......เมื่อทรงพระเยาว์นั้นไม่โปรดที่จะบรรทมสักเท่าไหร่ ดิฉันก็จะหาวิธีที่จะให้บรรทม ก็ได้เพลงกล่อมนี่แหละเป็นผู้ช่วยที่ดีทีเดียว พอดิฉันอุ้มพระองค์ท่านลงบรรทมในเปลแล้วก็ทูลท่านว่า "ทูลหม่อมบรรทมนะเพคะ หง่ามีเพลงเพราะ ๆ จะกล่อมถวายหลายเพลงเชียว" 

ก่อนที่จะเริ่มกล่อมถวาย ดิฉันก็จะเล่าอะไรเพลิน ๆ เกี่ยวกับเพลงนั้นให้ทรงฟังเสียก่อนค่ะ อย่างเช่น เพลง "นกเขาขัน" ดิฉันก็จะทูลพระองค์ท่านว่า "ฟังนะเพคะ" หง่าจะร้องเพลงนกเขาให้ฟัง นกเขานี่ไม่เหมือนกับนกอื่น เป็นนกที่ชอบร้องเพลง แล้วก็ร้องเก่งซะด้วยเพคะ เสียงก็เพร้าะเพราะ เวลาที่นกเขาร้องเพลง เราจะเรียกว่านกเขาขันนกเขาจะขันได้ทีละนานๆ ตั้งแต่เช้าไปจนเที่ยง จนเย็นก็ยังไม่หยุดขันเลยค่ะ

เพลงที่ ท่านผู้หญิงสง่าฯ ใช้กล่อมถวาย ประกอบด้วย เพลงนกเขาขัน เพลงนกขมิ้น เพลงกาเหว่า เพลงนางประทุม เพลงเจ้าเนื้ออ่อน เพลงลมพัดชายเขา เพลงเห่เรือ เพลงลาว เพลงถวายพระพร 

เมื่อครั้งที่ท่านผู้หญิงสง่าฯ สุขภาพยังแข็งแรงก็จะทรงพระกรุณาฯ ให้ติดตามเสด็จด้วยทุกครั้ง ในยามที่ท่านผู้หญิงสง่าฯ เข้าสู่ในช่วงวัยชรา มีโรคภัยมาเบียดเบียน มิอาจที่จะปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณได้ต่อไป สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาจัดคนดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งกลางวันและกลางคืน มักเสด็จฯ มาเยี่ยมเยียนเป็นกำลังใจท่านที่บ้านพักเสมอ

ความข้อนี้ประจักษ์แจ้งในเรื่องของความกตัญญู ต่อผู้มีคุณ   ทรงปฏิบัติพระองค์ให้เป็นแบบอย่าง ในทุกด้าน ทั้งคุณธรรม จริยธรรม ความใฝ่รู้ใฝ่เรียน  สมเด็จพระเทพฯ เจ้าฟ้าของคนเดินดินโดยแท้  ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ



.



76

ตามรอยพ่อ
13 มิถุนายน 2015  ·
'สลับข้าง'

เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไม่ทรงพิถีพิถันกับการแต่งพระองค์ โปรดแต่งลำลองแบบง่ายๆ ในหนังสือผู้จัดการรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๘ มีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่ง เมื่อราวปี พ.ศ.๒๕๓๒ เกิดเรื่องขำขันขึ้นระหว่างพระองค์ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระพี่เลี้ยงเห็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงสวมพระบาทผ้าใบผิดข้าง ข้างละสี ข้างละยี่ห้อ และเมื่อกราบบังคมทูล...

...ทูลกระหม่อมกลับทรงพระสรวลอย่างถูกพระราชหฤทัย แล้วตามเสด็จต่อไป โดยมิได้มีพระอาการแสดงว่ามีพระประสงค์จะเปลี่ยนฉลองพระบาทให้ถูกต้องเลย



.

.....
ที่มา
https://www.facebook.com/mineroyalty/photos/a.328914393897056.1073741832.313472372107925/742839942504497/?type=1




77
ป้าหง่า .. พระพี่เลี้ยงในสมเด็จพระเทพฯ


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ป้าหง่า .. พระพี่เลี้ยงในสมเด็จพระเทพฯ

ท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์ คุณข้าหลวงและพระอภิบาลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคปอดอักเสบที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 สิริอายุ 97 ปีเศษ



สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงคุ้นเคยกับเสียงดนตรีไทยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นับจากวันเสด็จพระราชสมภพ ในการพระราชพิธีสมโภชต่างๆ เช่น เมื่อพระชันษาครบ ๓ วัน หรือพระราชพิธีสมโภชเดือน ขึ้นพระอู่ ก็มีวงดนตรีไทยประโคมประกอบในพิธีทุกครั้งไป ตามโบราณราชประเพณี พระพี่เลี้ยงกล่อมพระบรรทมก็ร้องเพลงกล่อมเด็กหรือเพลงไทยง่ายๆ ถวาย ครั้นทรงเจริญพระชันษา ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปในการพระราชพิธีต่างๆ หลายงาน มีวงดนตรี หรือแตร สังข์ บัณเฑาะว์ บรรเลงประกอบในพิธี

ในงานพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงสง่า มีการพิมพ์หนังสือขึ้น โดยประกอบหนังสือ 2 เล่ม คือ คิดถึงป้าหง่า เนื้อหาภายในประกอบด้วย ประวัติ และภาพประทับใจ ความผูกพัน ระหว่าง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กับท่านผู้หญิงสง่าฯ พระพี่เลี้ยงของพระองค์ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบัน ยังมีคำไว้อาลัยของบุคคลใกล้ชิด ในท้ายเล่มยังมี เรื่องราวเกี่ยวกับเพลงกล่อมพระบรรทม ที่ท่านได้ใช้ขับกล่อมสมเด็จพระเทพฯ เมื่อทรงพระเยาว์ สำหรับอีกเล่มเป็นหนังสือ เรื่องทำสวน ของเจ้าพระยาภาสกรวงศ (พร บุนนาค) เรียบเรียง เป็นฉบับที่ถ่ายจากต้นฉบับจริง

สำหรับท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2460 เป็นธิดาของนายผ่อง กับนางผิน วัฒนะศุกร เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนผดุงดรุณี โรงเรียนราชินี โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และเรียนพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้เข้าทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ด้านครอบครัว ท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์ สมรสกับนายอำนวย อิงคุลานนท์ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มีบุตรธิดา 2 คน คือพลเอกศุภชัย อิงคุลานนท์ อดีตรองสมุหราชองครักษ์ ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว และนางอรพินท์ จันทรโคลิกา

(ที่มา https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/90034.html)

..



78
สุดประทับใจ!! เปิดเรื่องเล่าของพระพี่เลี้ยง ในหลวงรัชกาลที่ 10


ในหลวงรัชกาลที่ 10
พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (รัชกาลที่ 10) กับ คุณวิไล อมาตยกุล พระพี่เลี้ยงท่านหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอภิบาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์



.




เปิดเรื่องเล่าของพระพี่เลี้ยง ในหลวงรัชกาลที่ 10

นับว่าเป็นเรื่องเล่าสุดประทับใจ… วันนี้ (2 ธันวาคม 2559) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ถึงเรื่องเล่าเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม “คุณวิไล อมาตยกุล” พระพี่เลี้ยงที่ทรงมีความไว้วางพระราชหฤทัยมากที่สุด ได้เข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคประจำตัว ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์



พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (รัชกาลที่ 10) กับ คุณวิไล อมาตยกุล พระพี่เลี้ยงท่านหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอภิบาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์

เมื่อครั้งที่ คุณวิไล อมาตยกุล ได้เข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคประจำตัว ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม คุณวิไล อมาตยกุล เป็นการส่วนพระองค์อยู่บ่อยครั้งเมื่อทรงว่างจากพระราชภารกิจ ทรงพระราชทานของเยี่ยมไข้และพระราชทานกำลังใจ เนื่องด้วยทรงพระราชอนุสรคำนึงถึงว่าเป็นพระพี่เลี้ยงอภิบาลพระองค์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์



แม้กระทั่งเหตุการณ์เมื่อครั้งพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ แรกประสูติ คุณวิไล อมาตยกุล ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ถวายคำแนะนำในการดูแลพระอนามัย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกร



เมื่อครั้งพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ แรกประสูติ คุณวิไล ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ถวายคำแนะนำในการดูแลพระอนามัย

ความในข้อนี้ เห็นประจักษ์ได้จากคำนำในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ คุณวิไล อมาตยกุล ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานคำนำในหนังสืออนุสรณ์เล่มดังกล่าวความว่า

ทรงพระราชอนุสรถึงคุณวิไล อมาตยกุล เข้ามาปฏิบัติราชการถวายเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ได้ทรงประจักษ์ถึงอัธยาศัยอันดีงามความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ความจงรักภักดี และความรักความเอาใจใส่ที่คุณวิไล อมาตยกุล ถวายแด่พระราชโอรสและพระราชธิดามาแต่แรกประสูติ

จึงทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้คุณวิไล อมาตยกุล คอยดูแลพระสุขภาพพลานามัยของพระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์ ซึ่งคุณวิไล อมาตยกุล ก็ปฏิบัติหน้าที่โดยเรียบร้อยบริบูรณ์ ช่วยให้ทรงคลายพระราชหฤทัยห่วงใยกังวลในพระอนามัยของพระราชโอรสและพระราชธิดามาโดยตลอด



.

.....
ที่มา https://lifestyle.campus-star.com/scoop/43568.html

.



79
“แหนน” พระพี่เลี้ยงของเจ้านายเล็กๆ ยุวกษัติย์ไทย (ร.8-ร.9-พระพี่นางฯ)


วันนี้ Campus-Star.com นำเสนอเรื่องราวเรื่องเล่าความหลัง จากผู้ใกล้ชิดเจ้านายเล็กๆ พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ถวายการอภิบาล เพื่อทรงพระเยาว์ (อภิบาล=ดูแล) หรือเรียกกันว่า ” พระพี่เลี้ยง ” นั่นเองค่ะ

พระพี่เลี้ยง เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์ไทย

แหนน พระพี่เลี้ยง ร.8, ร.9 และพระพี่นางเธอฯ

พระพี่เลี้ยง “ท้าวอินทรสุริยา สรรพาหารพิจาริณี” (นามเดิม เนื่อง จินตดุลย์ เกิด 10 ธันวาคม พ.ศ. 2428 – 16 ตุลาคม พ.ศ. 2517) พระพี่เลี้ยงใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ , พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (ร.8) และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงออกนามเรียกพระพี่เลี้ยงเนื่องว่า แหนน


ภาพสมเด็จพระพี่นางกอดลา “แหนน” เมื่อครั้งขอลาไปเป็นอุบาสิกาอย่างถาวรในบั้นปลายชีวิต

..



เรื่องราวของ “แหนน” พระพี่เลี้ยงของเจ้านายเล็กๆ ยุวกษัติย์ไทย (ร.8-ร.9-พระพี่นางฯ)

พระพี่เลี้ยง “ท้าวอินทรสุริยา สรรพาหารพิจาริณี” (นามเดิม เนื่อง จินตดุลย์ เกิด 10 ธันวาคม พ.ศ. 2428 – 16 ตุลาคม พ.ศ. 2517) พระพี่เลี้ยงใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ , พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (ร.8) และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงออกนามเรียกพระพี่เลี้ยงเนื่องว่า แหนน

แหนน พระพี่เลี้ยง ของเจ้านายเล็กๆ ยุวกษัติย์ไทย
แม่เนื่อง เพื่อนนักเรียนพยาบาลสมเด็จย่าฯ
ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2466  เมื่อครอบครัวเรากลับถึงกรุงเทพฯ … แม่(สมเด็จย่า)รีบไปที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปถามถึง “เนื่อง จินตดุลย์” เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่โรงเรียนนางพยาบาล โดยแม่เนื่องเวลานั้นทำงานเป็นนางพยาบาลพิเศษอยู่ แม่ก็ขอให้มาเลี้ยงข้าพเจ้า เมื่อแม่เนื่องมาแล้ว Nurse ชาวอังกฤษก็กลับไปประเทศของเขา

เมื่อข้าพเจ้าเริ่มพูดได้ก็เปลี่ยนชื่อแม่เนื่อง เป็น “แหนน” เสีย เพราะสำหรับเด็กๆ คำว่า “เนื่อง” ออกเสียงยากมาก … แหนนก็อยู่กับเราอีกนาน และได้เลี้ยงลูกของแม่ทุกคน ในที่สุดก็ได้ช่วยเลี้ยงพระราชธิดาพระองค์แรก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คือ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชธิดาพระองค์แรก ร.9 ในระยะหนึ่งด้วย

ที่โลซานน์ ปี 2469 | แหนนร้องไห้..
ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งชื่อว่าชองโซเลย์ (Champ Soleil) เมื่อเสด็จจากฝรั่งเศสถึงโลซานน์ พระราชชนนีทราบว่าสถานเลี้ยงเด็กแห่งนี้ มีเจ้าของเป็นแพทย์และดูแลเด็กอย่างถูกอนามัย จึงพาสมเด็จพระพี่นางไปฝาก…

“เราพักอยู่ที่โรงแรมมองตานาซึ่งไม่ใหญ่แต่มีสวนด้วย วันรุ่งขึ้น แม่และนายบุญไชยก็พาข้าพเจ้าไปส่งที่ชองโซเลย์แล้ว แม่เล่าว่า ข้าพเจ้าไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร ไปเล่นกับเด็กอื่นๆ ทันทีแต่แหนนร้องไห้ใหญ่เลย ในวันที่เขาอนุญาตให้ไปเยี่ยมลูกได้ครั้งแรก แม่พาแหนนไปด้วย แหนนก็ร้องไห้อีก คราวต่อๆ ไปแม่จึงงดพาแหนนไป ส่วนหม่อมเจ้าอานันทฯ ยังต้องอยู่กับแม่ที่โรงแรม เพราะยังไม่อดนม ต่อมาอีกเดือนหนึ่งจึงได้ไปอยู่ชองโซเลย์พร้อมทั้งแหนน”



แม่และแหนนวิ่งลงน้ำโดยไม่ถอดรองเท้า เพื่อช่วยน้อง
เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม พ.ศ. 2470 เราได้ไปพักร้อนกันที่ชายทะเล โดยเช่าบังกะโลที่เวสต์ช็อป บนเกาะมาร์ธาส์วินยาร์ด ในรัฐแมสสาชูเสตต์นั้นเอง มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นั่นที่ข้าพเจ้าจำได้แม่นยำ … วันหนึ่งท่านชายอานันทฯ ซึ่งเวลานั้นชันษายังไม่เต็ม 2 ขวบ นั่งเล่นอยู่ในน้ำ ด้วยจะมีคลื่นที่แรงหน่อยซัดมาหรืออย่างไรไม่ทราบ น้องหงายหลังลงไปในทะล แม่และแหนนรีบวิ่งไปช่วยกัน โดยไม่ได้คำนึงถึงถุงเท้ารองเท้าที่ใส่อยู่

… ข้าพเจ้าจำความรู้สึกของข้าพเจ้าในเวลานั้นได้เป็นอย่างดี การที่เห็นทั้งแม่และแหนน วิ่งลงน้ำโดยไม่ถอดรองเท้าเป็นสิ่งที่แปลกและน่าขัน จนข้าพเจ้าไม่ได้กลัวหรือเป็นห่วงว่าอาจเกิดอันตรายขึ้นกับน้องได้

แต่ในไม่ช้า ก็มีเหตุการณ์สำคัญในครอบครัวของเรา คือ การเกิดของลูกคนที่สาม ข้าพเจ้าเคยเขียน ดังที่หลายคนได้เขียนไว้ ว่าพระโอรสองค์ที่สองของทูลหม่อมฯ ประสูติวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2470 เวลา 08.45 ที่โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (Mount Auburn) ในเคมบริดจ์



ข้าพเจ้าอยากเห็นน้องใกล้ๆ และอยากแตะต้อง แต่ที่โรงพยาบาลเขาก็ให้ดูเพียงหลังกระจกที่กั้นห้องเด็กๆไว้ เมื่อกลับบ้านมาแล้ว ข้าพเจ้าได้ถามแหนนว่า “น้องคนใหม่นี้พูดไทยได้หรือเปล่า” … ในที่สุด หลังจากที่น้องกลับมาบ้าน คราวนี้ข้าพเจ้าก็สนุกใหญ่ แหนนจะอาบน้ำ แต่งตัว หรือทำอะไรให้น้อง ข้าพเจ้าต้องเข้าไปยุ่งอยู่เสมอ จนแหนนทนไม่ไหว ต้องไปฟ้องแม่ ข้าพเจ้าเลยถูกห้ามไม่ให้ไปยุ่งในเวลาเหล่านั้น

ที่มา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ จากหนังสือ แม่เล่าให้ฟัง

เรื่องเล่าเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 8-9
จาก พระพี่เลี้ยง “แหนน” หรือท้าวอินทรสุริยา
วันหนึ่งขณะแหนนพระพี่เลี้ยงกำลังปรุงอาหาร ในหลวง ร.9 ขณะทรงพระเยาว์ได้ตรัสกับพระพี่เลี้ยงว่า

“..แหนน ขอทำด้วยซี..” … แหนนก็ให้พระองค์ทรงช่วยคั้นน้ำกะทิ

“..ตอนนั้นดิฉันอดขันไม่ได้ น้ำกะทิกระเด็นเปื้อนตามพระพักตร์และพระวรกายจนเลอะไปหมด กระทั่งน้ำกะทิก็หร่อยหรอจนเกือบหมดภาชนะ… พระองค์ลองได้สนใจอะไรแล้ว ดิฉันเป็นปล่อยให้ทำทันที เพื่อพระองค์จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร… ดิฉันอยู่ใกล้ชิดพระองค์มา ไม่เคยมีความลับอะไรอยู่ในพระองค์ แม้ว่าจะเคยทำภาชนะเสียหาย ต้องมาบอกดิฉันก่อนทุกครั้ง..” แหนน เล่าความหลัง

เมื่อครั้งเสด็จกลับมาเมืองไทย รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ได้มีการงุบงิบนัดหมายเพื่อจะออกไปเดินเล่นที่วัดโพธิ์ซึ่งมีงาน ทั้งสองพระองค์แต่งอย่างธรรมดาเข้าร้านหนึ่ง เจ้าของร้านเกิดจำได้ เลยตะโกนบอกทั่วว่า ในหลวงเสด็จ … ทั้งสองพระองค์ก็เลยรีบเสด็จออกมาจากงานวัดทันที มีประชาชนห้อมล้อมตามมาส่งถึงประตูวิเศษไชยศรี และทรงตอบกับประชาชนว่า “ขอบใจ” …

รัชกาลที่ 9 ก็มาบอกกับดิฉันว่า “..แหนน สนุกกันใหญ่เชียว..”

คุณแม่ไม่ได้มาด้วยหรือ…
อีกคราวหนึ่งเสด็จเที่ยวตลาดสำเพ็งกันตามลำพัง จนแขกคนหนึ่งจำได้เลยถามว่า “..คุณแม่ไม่ได้มาด้วยหรือ..” รัชกาลที่ 9 ทรงตอบว่า “ไม่ได้มาด้วยจ้ะ” ดิฉันเองอดขันไม่ได้ บางครั้งพระราชชนนีก็กริ้วกับดิฉันและตรัสว่า “..นี่ก็ลูกของฉันเหมือนกัน..”

เมื่อ ร.9 โดนสกีฟาดที่ขา

เมื่อคราวประทับที่พระราชวังไกลกังวล ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล่นสกีน้ำ เผอิญสกีฟาดเอาตรงที่พระเพลา กระดูกร้าว พระองค์ไม่ให้ใครช่วยพยุง พยายามพาพระองค์กลับไปที่ตำหนัก ไม่แสดงอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด ตอนพระองค์อยู่กับดิฉัน ดิฉันถามว่าเจ็บไหม พระองค์เปิดเผยว่า “..เจ็บซีแหนน..” ครานั้นถึงกับต้องเข้าเฝือกกันทีเดียว



แหนนขอ “ทูลลา…” ไปบวชชี
เมื่อเสด็จเยี่ยมราษฎรจังหวัดต่างๆ ทรงกลับมาเล่าว่า “..แหนน ที่ไปนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าเมื่อเห็นประชาชนแล้ว สงสารเหลือเกิน เขามาต้อนรับฉัน ฉันเห็นแล้วอดเมตตาสงสารเขาไม่ได้..”

แต่เมื่อดิฉันเคยทูลลาหลายครั้ง… “ขอให้แหนนไปพักผ่อนเถอะ” แต่ท่านเฉยไม่ตอบอะไร….

ดิฉันไปวัดทุกวันพระ ท่านก็ทรงอนุญาต



… จนเมื่อพระองค์เสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุดและคืนสู่กรุงเทพแล้ว วันหนึ่งตรงกับต้นปี พ.ศ. 2505 ขณะพระองค์กำลังทรงพระบรรทม …แหนนก็ถือดอกไม้ค่อยหมอบไปใกล้พระองค์ แล้วนำช่อดอกไม้ใส่อุ้งพระหัตถ์ทันที

พระองค์ (ร.9) สะดุ้งขึ้นนิดหนึ่งตรัสออกมาคำเดียว “..อื้อ..”

แหนนจึงกราบบังคมทูลว่า “ทูลลา…” ร.9 ท่านลุกขึ้นนั่งแล้มอง และไม่ตรัสว่าอะไร

“..ถ้าท่านไม่อนุญาตให้แหนนไป แหนนจะต้องไปโกนหัวละ..” แหนนพูดต่อ

ที่สุดพระองค์จึงตรัสว่า “..นี่แหนนจะไปจริงๆ หรือ..”

“..ไปจริงๆ ซิ..” พระพี่เลี้ยงแหนนทูลตอบ

พระองค์ให้ศีลให้พรอยู่นาน ทรงขอคำสัญญาจากพระพี่เลี้ยงแหนนอีกว่า..

“ถ้าจะไปอยู่ที่ใดต้องการสิ่งใด ป่วยไข้ขึ้นมา จะต้องให้รีบกราบทูลบอกตลอดระยะเวลา”
“..พระองค์ทรงเป็นห่วง ดิฉันซาบซึ้งตื้นตันไปหมด ถ้าวันไหนดิฉันยังตัดโลกไม่ขาดจะนึกถึงพระองค์ทุกครั้งไป..” พระพี่เลี้ยงแหนนกล่าวด้วยน้ำเสียงเครือ

“..เป็นบุญของคนไทยแล้ว ที่มีพระมหากษัตริย์เปี่ยมด้วยน้ำพระทัยสูงสุด มีน้ำพระทัยเมตตาต่อคนทุกคน…”


ภาพสมเด็จพระพี่นางกอดลา “แหนน” เมื่อครั้งขอลาไปเป็นอุบาสิกาอย่างถาวรในบั้นปลายชีวิต

ที่มา จากเรื่องเล่าเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 (หนังสือสี่เจ้าฟ้า) โดยพระพี่เลี้ยง “แหนน” หรือ อุบาสิกาท้าวอินทรสุริยาสรรพหารพิจาริณี



..

ประวัติ เนื่อง จินตดุลย์
ในช่วงวัยอายุ 15 ปี เนื่อง จินตดุลย์ มีใจน้อมไปในทางธรรม เนื่องจากมีโอกาสเข้าวัดทำบุญรักษาศีลทุกวันมิได้ขาด ต่อมาถึงเกิดศรัทธาแรงกล้า ตัดสินใจโกนผมนุ่งห่มขาว บวชอยู่ ณ สำนักชี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 5 ปี ครั้นทางบ้านไม่มีคนช่วยดูแลบ้าน นางทับทิม (แม่บุญธรรม) จึงขอร้องให้ลาเพศชีกลับมาช่วยดูแลบ้านตามเดิม

เมื่อลาเพศชีออกมาได้ 5-6 ปี ภารกิจว่างลง จึงขออนุญาตนางทับทิม (แม่บุญธรรม) ไปเข้าเรียนวิชาพยาบาล จนสำเร็จวิชาพยาบาลศิริราช รุ่นที่ 9 เป็น พระสหายร่วมชั้นเรียนวิชาพยาบาลของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ที่โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช เมื่อ พ.ศ. 2456

เมื่อหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา (สมเด็จย่า) ได้ให้ประสูติหม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา มหิดล และติดตามสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ เสด็จฯ กลับสยามเมื่อ พ.ศ. 2466 “เนื่อง จินตดุลย์” ท่านได้ติดตามเป็นพระพี่เลี้ยง และตามเสด็จทั้งสามพระองค์ไปประเทศเยอรมนี และประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2468 และเป็นพระพี่เลี้ยงของทั้งสามพระองค์ตลอดมาหลายสิบปี ดังนั้นจึงมีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษพอสมควร

นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่คอยติดตามข่าวสารบ้านเมืองเสมอ จึงเป็นคนที่ทราบการเคลื่อนไหวของชาวโลกตลอดเวลา รวมทั้งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์สวรรคตของรัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489

ภาพวาด “แหนน” ของสมเด็จพระเทพฯ ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2510



บั้นปลายชีวิต
ในบั้นปลายชีวิต ท่านได้กราบบังคมทูลลา ถือเพศอุบาสิกานุ่งขาวห่มขาวอีกครั้ง ณ วัดโกมุทรัตนาราม ชลบุรี โดยมีหลวงพ่อสาลี เป็นผู้ประกอบพิธี เมื่อบวชแล้วก็ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดธาตุทอง พระโขนง ตลอดเวลาได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์ให้กับการบำรุงวัด สถานพยาบาล และสถาบันแม่ชี โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และยังชอบท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ชอบมาก คือ วัดวชิราลงกรณวราราม ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

แต่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) ทรงขอร้องให้เข้ามาพำนักในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน จนสิ้นชีวิต เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2517 เวลา 19.10 น. ณ ที่ทำการแพทย์หลวงสวนจิตรลดา อายุได้ 88 ปี 11 เดือน

เรียบเรียงโดย Campus-Star.com ที่มา www.uncledoctorvacation.com , ท้าวอินทรสุริยา (เนื่อง จินตดุลย์) , เหรียญรัตนาภรณ์

.


https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/89915.html



80
เรื่องเล่าเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 จาก พระพี่เลี้ยง “แหนน”


เรื่องเล่าเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9
จาก พระพี่เลี้ยง “แหนน” หรือ อุบาสิกาท้าวอินทรสุริยาสรรพหารพิจาริณี



…จะให้ฉันเป็นกษัตริย์ได้อย่างไร….

หลังจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๗) ได้ทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๗๗ รัฐสภาและรัฐบาลจึงได้กราบทูลอัญเชิญในหลวง ร.๘ ขึ้นครองราชย์

ขณะนั้นในหลวง ร.๘ มีพระชนมายุเพียง ๙ พรรษาเศษเท่านั้น ยังทรงศึกษาที่โรงเรียนในเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

รัฐบาลได้แต่งตั้งให้เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร์ (จิตร ณ สงขลา) ประธานรัฐสภาเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัวพระองค์น้อยรัชกาลที่ ๘



พระพี่เลี้ยงเนื่อง จิตตดุล (ท้าวอินทรสุริยา) ตามเสด็จฯ พระราชชนก พระราชชนนี มาตลอด ได้เล่าเหตุการณ์ตอนนี้ให้ฟัง ว่า…

พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงทราบเรื่อง แล้วรับสั่งกับเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร์ว่า….

“ฉันตัวเล็กอย่างนี้ จะให้ฉันเป็นพระเจ้าแผ่นดินได้อย่างไร เดี๋ยวตาอ้วนอ้วนจะมาดุฉันเพราะฉันซนอยู่แล้ว…”

เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร์ กราบทูลว่า “ไม่ต้องห่วงอะไร พะย่ะค่ะ”

ในหลวง ร.๘ ตรัสว่า “ฉันรู้ว่า ถ้าฉันเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ลูกนัยน์ตาหลายคู่จะมาดูฉันคนเดียว เวลาให้ฉันไปนั่งบนเก้าอี้สูงสูง เดี๋ยวหกคะเมนลงมา ตาอ้วนก็ดุฉันอีก…”

“ตาอ้วน” ที่ทรงตรัสถึงนั้น..พระพี่เลี้ยงเนื่อง เข้าใจว่าหมายถึง พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น



จะเห็นได้ว่าแม้พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘ จะทรงพระเยาว์วัยเพียง ๙ พรรษา ก็ยังทรงมีพระปรีชาสามารถ ทรงตรัสได้อย่างคมคาย “…ถ้าฉันเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ลูกนัยน์ตาหลายคู่จะมาดูฉันคนเดียว…” หมายถึงจะทรงเป็นเป้าสายตาของพสกนิกรจำนวนมาก

และทรงมีพระราชอารมณ์ขัน… “…ให้ฉันไปนั่งบนเก้าอี้สูงสูงเดี๋ยวหกคะเมนลงมาตาอ้วนก็ดุฉันอีก…” ทรงตรัสแล้วเห็นภาพชันเจนเลย เด็กตัวเล็กๆ ขึ้นไปนั่งเก้าอี้สูงๆ หกคะเมนลงมาแล้วจะเป็นอย่างไร ?



(ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ ร.๘ ยุวกษัตริย์รัตนโกสินทร์ และหนังสือเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ๙ มิถุนายน ๒๕๒๙)



วันหนึ่งขณะพระพี่เลี้ยงกำลังปรุงอาหาร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะทรงพระเยาว์ได้ตรัสกับพระพี่เลี้ยงว่า

“..แหนน ขอทำด้วยซี..”

ท้าวอินทรสุริยาก็ให้พระองค์ทรงช่วยคั้นน้ำกะทิ

“..ตอนนั้นดิฉันอดขันไม่ได้ น้ำกะทิกระเด็นเปื้อนตามพระพักตร์และพระวรกายจนเลอะไปหมด กระทั่งน้ำกะทิก็หร่อยหรอจนเกือบหมดภาชนะ… พระองค์ลองได้สนใจอะไรแล้ว ดิฉันเป็นปล่อยให้ทำทันที เพื่อพระองค์จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร… ดิฉันอยู่ใกล้ชิดพระองค์มา ไม่เคยมีความลับอะไรอยู่ในพระองค์ แม้ว่าจะเคยทำภาชนะเสียหาย ต้องมาบอกดิฉันก่อนทุกครั้ง..”

เมื่อครั้งเสด็จกลับมาเมืองไทย รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ได้มีการงุบงิบนัดหมายเพื่อจะออกไปเดินเล่นที่วัดโพธิ์ซึ่งมีงาน ทั้งสองพระองค์แต่งอย่างธรรมดาเข้าร้านหนึ่ง เจ้าของร้านเกิดจำได้เลยตะโกนบอกทั่วว่าในหลวงเสด็จ ทั้งสองพระองค์ก็เลยรีบเสด็จออกมาจากงานวัดทันที มีประชาชนห้อมล้อมตามมาส่งถึงประตูวิเศษไชยศรี และทรงตอบกับประชาชนว่า “ขอบใจ”
รัชกาลที่ 9 ก็มาบอกกับดิฉันว่า “..แหนน สนุกกันใหญ่เชียว..”



อีกคราวหนึ่งเสด็จเที่ยวตลาดสำเพ็งกันตามลำพัง จนแขกคนหนึ่งจำได้เลยถามว่า “..คุณแม่ไม่ได้มาด้วยหรือ..”

รัชกาลที่ 9 ทรงตอบว่า “ไม่ได้มาด้วยจ้ะ” ดิฉันเองอดขันไม่ได้ บางครั้งพระราชชนนีก็กริ้วกับดิฉันและตรัสว่า “..นี่ก็ลูกของฉันเหมือนกัน..”

เมื่อคราวประทับที่พระราชวังไกลกังวล ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล่นสกีน้ำ เผอิญสกีฟาดเอาตรงที่พระเพลา กระดูกร้าว พระองค์ไม่ให้ใครช่วยพยุง พยายามพาพระองค์กลับไปที่ตำหนัก ไม่แสดงอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด

ตอนพระองค์อยู่กับดิฉัน ดิฉันถามว่าเจ็บไหม พระองค์เปิดเผยว่า “..เจ็บซีแหนน..” ครานั้นถึงกับต้องเข้าเฝือกกันทีเดียว

เมื่อเสด็จเยี่ยมราษฎรจังหวัดต่างๆ ทรงกลับมาเล่าว่า

“..แหนน ที่ไปนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าเมื่อเห็นประชาชนแล้ว สงสารเหลือเกิน เขามาต้อนรับฉัน ฉันเห็นแล้วอดเมตตาสงสารเขาไม่ได้..”



ดิฉันเคยทูลลาหลายครั้ง ขอให้แหนนไปพักผ่อนเถอะ แต่ท่านเฉยไม่ตอบอะไร ดิฉันไปวัดทุกวันพระท่านก็ทรงอนุญาต

จนเมื่อพระองค์เสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุดและคืนสู่กรุงเทพแล้ว วันหนึ่งตรงกับต้นปี พ.ศ. 2505 ขณะพระองค์กำลังทรงพระบรรทม อุบาสิกาท้าวอินทรสุริยาฯ ก็ถือดอกไม้ค่อยหมอบไปใกล้พระองค์ แล้วนำช่อดอกไม้ใส่อุ้งพระหัตถ์ ทันที

พระองค์สะดุ้งขึ้นนิดหนึ่งตรัสออกมาคำเดียว “..อื้อ..”

ท้าวอินทรสุริยาจึงกราบบังคมทูลว่า
“ทูลลา…”

ท่านลุกขึ้นนั่ง มอง และไม่ตรัสว่าอะไร

“..ถ้าท่านไม่อนุญาตให้แน๋นไป แน๋นจะต้องไปโกนหัวละ..”

ที่สุดพระองค์จึงตรัสว่า
“..นี่แหนนจะไปจริงๆ หรือ..”
“..ไปจริงๆ ซิ..”
อุบาสิกาท้าวสุริยาฯ ทูลตอบ

พระองค์ให้ศีลให้พรอยู่นาน ทรงขอคำสัญญาอีกว่า ถ้าจะไปอยู่ที่ใดต้องการสิ่งใด ป่วยไข้ขึ้นมา จะต้องให้รีบกราบทูลบอกตลอดระยะเวลา
“..พระองค์ทรงเป็นห่วง ดิฉันซาบซึ้งตื้นตันไปหมด ถ้าวันไหนดิฉันยังตัดโลกไม่ขาดจะนึกถึงพระองค์ทุกครั้งไป..”
อุบาสิกากล่าวด้วยน้ำเสียงเครือ



“..เป็นบุญของคนไทยแล้ว ที่มีพระมหากษัตริย์เปี่ยมด้วยน้ำพระทัยสูงสุด มีน้ำพระทัยเมตตาต่อคนทุกคน…”

***



อุบาสิกาท้าวอินทรสุริยาสรรพาหารพิจาริณี (10 ธันวาคม 2428 – 16 ตุลาคม 2517) นามเดิม เนื่อง จินตดุลย์ เป็นพระสหายนักเรียนพยาบาลรุ่นพี่ 1 ปีกับสมเด็จพระราชชนนีที่ศิริราช เคยสัญญากับสมเด็จย่าก่อนที่สมเด็จพระพี่นางฯ ประสูติว่า จะทำหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงให้ อยู่ในราชสำนักเป็นพระพี่เลี้ยงและราชการอื่นๆ ร่วม 40 ปี รวมถึงเป็นพระพี่เลี้ยงของเจ้าฟ้าชายและเจ้าฟ้าหญิงทุกพระองค์จนอายุ 75 ปี จึงได้กราบทูลลา มาเป็นชีบำเพ็ญกุศล วันที่ให้สัมภาษณ์ท้าวสุริยาฯอายุได้ 78 ปีแล้ว



จากหนังสือ สี่เจ้าฟ้า ฉบับสมบูรณ์
โดย ลาวัณย์ โชตามระ พ.ศ. 2512

.


.....
ที่มา http://www.siammanussati.com/เรื่องเล่าเกี่ยวกับในห/

.




Pages: 1 ... 6 7 [8] 9 10
SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.062 seconds with 17 queries.