51
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: ทางช้างเผือกในตำนาน
« Last post by ppsan on 06 February 2025, 21:17:42 »ปรับปรุงภาพใหม่
![]() |
|||||
|
51
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: ทางช้างเผือกในตำนาน« Last post by ppsan on 06 February 2025, 21:17:42 »ปรับปรุงภาพใหม่ 52
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: [5] โลก (Earth)« Last post by ppsan on 06 February 2025, 20:54:12 »ปรับปรุงภาพใหม่ 53
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: [4] ระบบสุริยะ (Solar System) 4.2« Last post by ppsan on 06 February 2025, 20:16:02 »ปรับปรุงภาพใหม่ 54
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: [4] ระบบสุริยะ (Solar System) 4.1« Last post by ppsan on 06 February 2025, 17:00:57 »ปรับปรุงภาพใหม่ 55
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: [3] กาแล็กซี่ทางช้างเผือก (The Milky Way Galaxy)« Last post by ppsan on 06 February 2025, 16:51:59 »ปรับปรุงภาพใหม่ 56
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: [2] กาแล็กซี่ หรือ ดาราจักร (Galaxy) โดย กลม บางบาน« Last post by ppsan on 06 February 2025, 16:45:18 »ปรับปรุงภาพใหม่ 57
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: [1] เอกภพ หรือ จักรวาล (Universe) โดย กลม บางบาน« Last post by ppsan on 06 February 2025, 16:39:12 »ปรับปรุงภาพใหม่ 58
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / Re: [0] Universe โดย กลม บางบาน« Last post by ppsan on 06 February 2025, 16:34:01 »ปรับปรุงภาพใหม่ 59
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / ทางช้างเผือก โดย พงศธร กิจเวช (อัฐ)« Last post by ppsan on 06 February 2025, 15:22:53 »ทางช้างเผือก โดย พงศธร กิจเวช (อัฐ)
ทางช้างเผือก โดย พงศธร กิจเวช (อัฐ) นิตยสารสาระวิทย์ โดย สวทช. ![]() โดย พงศธร กิจเวช (อัฐ) Facebook: คนดูดาว stargazer “วิญญาณฉันรอที่ทางช้างเผือก” เพลงประกอบละครโทรทัศน์เรื่อง คู่กรรม ปี พ.ศ. 2533 คำร้องและทำนองโดย สุทธิพงษ์ วัฒนจัง (ชมพู ฟรุตตี้) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทพเจ้าซูส (Zeus) ราชาแห่งเทพกรีก ได้แอบมเหสีเฮรา (Hera) ไปหาหญิงสาวที่เป็นมนุษย์ชื่อ แอล์กมีนี (Alcmene) จนมีลูกชายเป็นเด็กทารกชื่อ เฮราคลีส (Heracles) ![]() ภาพ The Origin of the Milky Way โดย Tintoretto ประมาณปี พ.ศ. 2118-2123 ที่มาภาพ Wikipedia https://en.wikipedia.org/wiki/Milky_Way ซูสอยากให้เฮราคลีสเป็นอมตะด้วยการดื่มนมของมเหสีเฮรา แต่เฮราขี้หึงมาก ถ้าเฮรารู้ว่าเฮราคลีสเป็นลูกของกิ๊กซูส เฮราก็คงไม่ปล่อยเฮราคลีสไว้แน่ ดังนั้นซูสจึงวางแผน คืนหนึ่งขณะที่เฮรากำลังหลับ ซูสแอบอุ้มเฮราคลีสย่องเข้ามา แล้วให้เฮราคลีสดื่มนมเฮรา พอเฮรารู้สึกตัวตื่นขึ้นก็ตกใจที่จู่ ๆ มีเด็กทารกที่ไหนก็ไม่รู้มาดื่มนมของตน จึงผลักเฮราคลีสกระเด็นออกไป เฮราคลีสได้ดื่มนมของเฮราแล้วมีพลังเช่นเทพเจ้าจึงไม่เป็นอะไร แต่ระหว่างที่ผลักนั้นเฮราคลีสกำลังดูดนมอยู่จึงทำให้นมของเฮราหกราดไปบนท้องฟ้า เกิดเป็นทางน้ำนม (Milky Way) หรือคนไทยเรียกว่า “ทางช้างเผือก” เนื่องจากคนไทยเห็นเป็นทางบนสวรรค์ที่ช้างเผือกเดินอยู่ (ช้างเผือกเป็นสัตว์มงคล) ![]() ภาพชายเลี้ยงวัวเหาะตามหญิงทอผ้า แต่มีแม่น้ำกว้างใหญ่บนท้องฟ้าขวางกั้นไว้ ที่มาภาพ หนังสือ สตรีจีนในนิทาน แปลโดย วันทิพย์ สำนักพิมพ์สายใจ หน้า 31 ส่วนคนจีนเห็นทางช้างเผือกเป็นแม่น้ำบนสวรรค์ มีนิทานเรื่อง “หญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัว” เล่าว่า ชายเลี้ยงวัวได้พบรักกับหญิงทอผ้าที่เป็นนางฟ้าจากสวรรค์ที่แอบหนีมาเที่ยวเล่นที่โลกมนุษย์ ทั้งสองได้แต่งงานและมีลูกด้วยกัน 2 คน หญิงทอผ้าเคยมีหน้าที่ทอผ้าแล้วนำไปประดับติดบนท้องฟ้าเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าและดวงอาทิตย์ตกตอนเย็น เมื่อเธอไม่อยู่บนสวรรค์ท้องฟ้าจึงขาดสีสัน เทพสวรรค์ออกตามหาหญิงทอผ้าจนพบแล้วพาเธอเหาะกลับสวรรค์ ชายเลี้ยงวัวได้นำหนังวัววิเศษมาห่มทำให้เหาะได้ พาลูกทั้งสองใส่ตะกร้าหาบ แล้วเหาะตามมา เทพสวรรค์ได้เสกให้เกิดแม่น้ำกว้างใหญ่บนท้องฟ้า ทำให้ชายเลี้ยงวัวไม่สามารถเหาะข้ามไปได้ ต่อมาเทพสวรรค์เห็นแก่หญิงทอผ้าและชายเลี้ยงวัวที่มีความรักมั่นคงต่อกัน จึงใจอ่อน ยอมให้ทั้งสองได้พบกันปีละครั้ง ทุกวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ในวันนั้นเหล่านกจะมาต่อตัวเป็นสะพานให้คู่รักคู่นี้ได้เดินข้ามแม่น้ำมาพบกัน แม่น้ำบนท้องฟ้านั้นคือ ทางช้างเผือก หญิงทอผ้าคือ ดาวเวกา (Vega) ในกลุ่มดาวพิณ (Lyra) และชายเลี้ยงวัวคือ ดาวอัลแทร์ (Altair) ในกลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila) ดาวทั้งสองจะอยู่ข้างทางช้างเผือก ปัจจุบันยังมีเทศกาลฉลองวันที่คู่รักทั้งสองมาพบกันเรียกว่า เทศกาลชิซี (Qixi 七夕) เมื่อญี่ปุ่นรับวัฒนธรรมจีนเรื่องนี้ก็จัดเทศกาลเช่นกันเรียกว่า เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata たなばた) ![]() ภาพลำแสงเลเซอร์ส่องไปที่ใจกลางทางช้างเผือก ถ่ายจากหอดูดาว Very Large Telescope (VLT) ประเทศชิลี โดย Yuri Beletsky ที่มาภาพ NASA https://apod.nasa.gov/apod/ap190106.html ถ้าลากเส้นจากดาวเวกาไปดาวอัลแทร์ แล้วลากไปหาดาวเดเนบ (Deneb) ในกลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) เกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมเรียกว่า สามเหลี่ยมฤดูร้อน (Summer Triangle) เป็นสามเหลี่ยมที่จะเห็นในช่วงฤดูร้อนของฝรั่ง (ในซีกโลกเหนือเส้นศูนย์สูตร) ตอนต้นเดือนกรกฎาคมตั้งแต่หัวค่ำทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวอินเดียเรียกทางช้างเผือกว่าเป็นแม่น้ำคงคาสวรรค์ ปรากฏในวรรณกรรมเรื่อง “กามนิต” ว่ากามนิตและวาสิฏฐีคู่รักเมื่อตายแล้วจะไปพบกันที่นั่น เช่นเดียวกับโกโบริและอังศุมาลินในเรื่อง “คู่กรรม” ของทมยันตี ในทางดาราศาสตร์ ทางช้างเผือกคือกาแล็กซี(galaxy) หรือดาราจักร ที่โลกเราเป็นสมาชิกอยู่ คำว่า galaxy มีรากศัพท์จากภาษากรีกว่า galaxias (γαλαξίας) แปลว่า นม มาจากนิทานเรื่องทางน้ำนมกับเฮราคลีส กาแล็กซีคือระบบดาวที่อยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ประมาณว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวฤกษ์ (คือดาวที่เหมือนดวงอาทิตย์) อยู่ประมาณ 1-4 แสนล้านดวง มีลักษณะเป็นก้นหอยมีคาน (barred spiral galaxy) เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-2 แสนปีแสง (1 ปีแสงเท่ากับ 9.46 ล้านล้านกิโลเมตร) คาดว่าตรงกลางทางช้างเผือกเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ โชคดีที่โลกของเราไกลห่างจากจุดศูนย์กลางทางช้างเผือกประมาณ 28,000 ปีแสง โลกและดวงอาทิตย์ต้องใช้เวลาประมาณ 230 ล้านปีถึงจะโคจรรอบกาแล็กซีทางช้างเผือก ![]() ภาพวาดทางช้างเผือก มองจากด้านบน ดวงอาทิตย์จะอยู่ค่อยมาทางด้านล่าง ที่มาภาพ NASA https://solarsystem.nasa.gov/resources/285/the-milky-way-galaxy/?category=solar-system_beyond คาดว่าในจักรวาลมีกาแล็กซีทั้งหมดประมาณ 2 แสนล้าน ถึงมากกว่า 2 ล้านล้านกาแล็กซีในจักรวาลหรือเอกภพ เราสามารถมองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่า ตอนผมเป็นเด็กเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน สามารถมองเห็นทางช้างเผือกในกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันไม่สามารถเห็นในกรุงเทพฯ แล้ว เนื่องจากกรุงเทพฯ มีมลพิษแสง (light pollution) ที่เกิดจากแสงไฟฟ้าในเมืองมากขึ้น จึงต้องออกเดินทางไปดูในพื้นที่ที่มืดสนิทไกลจากเมือง ดาวทุกดวงที่เรามองเห็นบนท้องฟ้านั้นล้วนอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก แต่ทางช้างเผือกที่เราเห็นเป็นแถบคล้ายเมฆนั้นเกิดจากมุมมองจากโลกที่มองเห็นด้านข้างของทางช้างเผือก เปรียบทางช้างเผือกเหมือนจานกินข้าว ถ้าเรามองด้านบนจะเห็นจานกลม แต่ถ้ามองจานด้านข้างจะเห็นเป็นเส้น ตรงบริเวณใจกลางทางช้างเผือก (Galactic Center) ในกลุ่มดาวคนยิงธนู (Sagittarius) ใกล้กลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) และกลุ่มดาวคนแบกงู (Ophiuchus) เป็นบริเวณที่จะเห็นทางช้างเผือกมีดาวหนาแน่นที่สุดหรือสวยงามที่สุด จึงนิยมถ่ายภาพทางช้างเผือกให้เห็นบริเวณใจกลาง ทางช้างเผือกอยู่บนท้องฟ้าตลอดเวลา แต่บริเวณใจกลางจะเห็นเวลากลางคืนประมาณปลายเดือนมกราคมตอนเช้ามืดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงกลางเดือนพฤศจิกายนตอนหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ![]() . ..... ที่มาของข้อมูล https://www.nstda.or.th/sci2pub/milky-way/ . 60
เรื่องที่ควรรู้เท่าทันระดับโลก / เปิดภารกิจฉางเอ๋อ-7 และฉางเอ๋อ-8 กับแผนสำรวจดวงจันทร์ของจีนในอีก 10 ปีข้างหน้า« Last post by ppsan on 06 February 2025, 09:08:59 »เปิดภารกิจฉางเอ๋อ-7 และฉางเอ๋อ-8 กับแผนสำรวจดวงจันทร์ของจีนในอีก 10 ปีข้างหน้า
เปิดภารกิจฉางเอ๋อ-7 และฉางเอ๋อ-8 กับแผนสำรวจดวงจันทร์ของจีนในอีก 10 ปีข้างหน้า ![]() สำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA)ประกาศว่า จีนจะเปิดตัวภารกิจฉางเอ๋อ-7 ในปี 2026 และภารกิจฉางเอ๋อ-8 ในปี 2028 โดยภารกิจฉางเอ๋อ-7 จะเป็นการสำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ ขณะที่ภารกิจฉางเอ๋อ-8 เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการสำรวจทรัพยากรบนดวงจันทร์ เพื่อเป็นการวางรากฐานไปสู่การจัดตั้งสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ (International Lunar Reserach Station : ILRS) ในปี 2035 แผนการจัดตั้งสถานีวิจัยบนดวงจันทร์เป็นความร่วมมืระหว่างจีนและรัสเซีย แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ในระยะแรก เป็นการตั้งสถานีวิจัยบริเวณขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ ที่มีแผนศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในรัศมี 100 กิโลเมตร เช่น การสำรวจดวงจันทร์ด้วยยานสำรวจแบบไร้คนขับ การลงจอดบนดวงจันทร์ของยานสำรวจแบบมีมนุษย์ควบคุม และความร่วมมือระหว่างประเทศอื่นๆ ในระยะที่ 2 มุ่งเน้นไปที่การขยายขีดความสามารถของสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ โดยมีแผนจะสร้างโครงข่ายของสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ในจุดอื่นๆ ภายในปี 2050 โดยมีสถานีวิจัยที่ขั้วโลกใต้เป็นศูนย์กลาง เชื่อมโครงข่ายการสำรวจบริเวณเส้นศูนย์สูตรและด้านไกลของดวงจันทร์ โดยสถานีฯ ได้รับการออกแบบให้สามารถวิจัยแบบมัลติฟังก์ชั่นอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ ในภารกิจฉางเอ๋อ-8 ยังจะมีการศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ในการใช้งานการสื่อสารแบบไร้สายบนดวงจันทร์ และการปลูกผักบดวงจันทร์ด้วย สำหรับโครงการการจัดตั้งสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ ขณะนี้มีองค์กรระหว่างประเทศที่เข้าร่วมโครงการนี้กว่า 40 แห่ง จากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เช่น เวเนซุเอลา เบลารุส ปากีสถาน อาเซอร์ไบจาน แอฟริกาใต้ อียิปต์ นิการากัว ไทย เซอร์เบีย คาซัคสถาน และเซเนกัล นอกจากนี้ ยังมีองค์กรด้านการศึกษาอวกาศของสหรัฐอเมริกา ยุโรป เข้าร่วมด้วย เช่น สมาคมหอดูดาวและดวงจันทร์นานาชาติในรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา บริษัท Nano-SPACE for Cooperation สวิตเซอร์แลนด์ และ Thales Group ฝรั่งเศส การสำรวจดวงจันทร์ในภาจกิจฉางเอ๋อ-7 และภารกิจฉางเอ๋อ-8 เป็นภารกิจสำรวจดวงจันทร์ต่อเนื่องจากภารกิจฉางเอ๋อ-6 ที่ส่งยานสำรวจดวงจันทร์ ลงจอดบนดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน และเก็บตัวอย่างดินจากด้านไกลของดวงจันทร์จำนวน 1,935.3 กรัม กลับมาศึกษาโดยถือเป็นครั้งแรกในโลก ที่มีการเก็บตัวอย่างดินจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมายังโลกได้สำเร็จ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงความสำเร็จในภารกิจสำรวจอวกาศของจีนว่า มาจากความพยายามในการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านอวกาศอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 75 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน อุตสาหกรรมอวกาศของจีนได้รับการพัฒนาจนแข็งแกร่งและเติบโตแบบก้าวกระโดด การสำรวจดวงจันทร์ในภารกิจฉางเอ๋อ-7 และฉางเอ๋อ-8 ต่อจากนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของจีน และต่อยอดองค์ความรู้การสำรวจอวกาศของมนุษย์ บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย ภาพ : CGTN . ..... ที่มาของบทความ https://www.tcjapress.com/2024/09/29/changer-7/ . |