ppsan
|
 |
« on: 28 December 2024, 18:56:12 » |
|
การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พระจักราวตาร
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กำหนดจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอนพระจักราวตาร ขึ้น ในระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน - วันที่ 8 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
.
พระจักราวตาร

.
ข้อมูลทั่วไป เรื่องราวทั้งหมดของโขนปีนี้จะเป็นลักษณะของการ “จับตอน” กล่าวคือ เป็นการหยิบตอนเล็กตอนน้อยของเรื่องรามเกียรติ์มาปะติดปะต่อกัน (เน้นช่วงมูลเหตุของศึกระหว่างพระรามและทศกัณฐ์) ไปจนถึงตอนพระรามครองเมือง
ดังนั้น การดำเนินเรื่องจึง มีความมึนงง และชวนสับสน อยู่พอสมควร แนะนำว่าใครที่ไม่รู้จัก หรือไม่คุ้นเคยกับรามเกียรติ์ ให้อ่านเรื่องย่อมาก่อนชมการแสดง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้ไม่เข้าใจและเบื่อได้
รีวิวฉาก การแสดงโขนรอบนี้มีฉากไม่ได้เยอะมาก แบ่งเป็น 2 องก์ องก์ละ 4 ฉาก รวมทั้งหมด 8 ฉาก
.



.
โหมโรง

รำถวายพระพร ภายในโรงละครไฟสาดสะท้อนประติมากรรมตราสัญลักษณ์ 6 รอบ 72 พรรษา มากไปจนมองตรา วปร แทบจะไม่เห็น แล้วก็รู้สึกว่าปีนี้ทำนองเพลงแปลก ๆ ฟังแล้วไม่ค่อยชินหูเท่าไหร่
.
องก์ที่ 1 ฉากที่ 1 นารายณ์บรรทมสินธุ์ (วิษณุอนันตศายิน)
พระจักรา หรือพระนารายณ์บรรทมเหนือบัลลังก์พญาอนันตนาคราช ณ เกษียรสมุทร โดยมีพระลักษมีประทับเคียงคู่ เมื่อมนุษยโลกเกิดทุกข์เข็ญ ด้วยเหตุที่นนทุกผูกพยาบาท ลงมาบังเกิดเป็นพญายักษ์ทศกัณฐ์ สร้างความเดือดร้อน พระอินทร์และทวยเทพจึงเสด็จมาเพื่ออัญเชิญพระนารายณ์ให้อวตารเป็นพระราม กษัตริย์กรุงอโยธยา พระลักษมีชายา เทพพาหนะและเทพอาวุธโดยเสด็จลงมาด้วย ทวยเทพต่าง ๆ อาสามาเป็นพลพานรเพื่อบำราบปราบอสูรทศกัณฐ์ในครั้งนี้


ฉากนี้เป็นฉากเปิดของเรื่อง หลายคนน่าจะเห็นมามากแล้วตามสื่อต่าง ๆ จะเป็นตอนที่พระอินทร์มาเชิญพระนารายณ์ซึ่งบรรทมอยู่เหนืออนันตนาคราชกลางเกษียรสมุทร (ทะเลน้ำนม) เพื่อลงไปอวตารเป็นพระราม และพระลักษมี พระวรชายา อวตารลงไปเป็นนางสีดา


เป็นครั้งแรกในเวทีโขนพระราชทานที่เปิดมาด้วยฉาก Highlight ของเรื่อง มีพญานาคตัวและหัวขยับได้ พ่นควันได้ มีพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณมาเป่าสังข์ เทวดาเหาะลอยไปมา แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ได้ตื่นเต้น อาจเพราะมันเป็นฉากแรกของการแสดงเลยไม่ทำให้ได้ลุ้นอะไร

ประติมากรรมนารายณ์บรรทมสินธุ์

เทียบกับภาพฉบับร่าง
องค์ประกอบฉากยังเรียบ ๆ พอมาลองเทียบกับที่เคยฟังผู้ออกแบบฉากสัมภาษณ์ว่าจะเป็นฉากที่มีรายละเอียดซับซ้อน เลยรู้สึกคาดหวังมากเกินไป น่าจะทำให้ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ อย่างประติมากรรมนารายณ์บรรทมสินธุ์ตอนแรก ถ้าทำให้เป็นแบบลอยตัวของจริงเลยน่าจะอลังการกว่า อันนี้เหมือนแค่แขวนลอยไว้เฉย ๆ
.
ฉากที่ 2 กฤษฎาภินิหารพระจักราวตาร ฉากนี้จะมีฉากย่อย 2 ฉาก ได้แก่ ปราบกากนาสูร และ ยกธนูโมลีที่เมืองมิถิลา
พระราม หรือพระนารายณ์อวตารได้สำแดงกฤษฎาภินิหารตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย โดยได้สังหารกากนาสูร อสูรญาติของทศกัณฐ์ซึ่งแปลงเป็นกา มารบกวนเหล่าฤษีที่บำเพ็ญตบะ ต่อมาเมื่อเจริญวัยขึ้นได้ไปสำแดงฤทธิ์ ยกมหาธนูโมลีที่เมืองมิถิลา จึงได้อภิเษกกับนางสีดา ในครั้งนั้นพระรามได้เห็นพักตร์นางสีดาเป็นครั้งแรก

ฉากปราบนางกากนาสูรรู้สึกว่ามีอีกาบินมาเยอะเกิน พอบินมาเยอะ สลิงก็เยอะตาม เลยทำให้ค่อนข้างเวียนหัว และหลุด focus ไม่รู้จะมองอะไรดีระหว่างสลิง ฤๅษี อีกา หรือคณะพระราม ตัว costume กากนาสูรไม่ค่อยเด่น กลืนไปกลับอีกาที่เหาะมาตัวอื่น ๆ น่าจะให้สวมหัวโขนที่เป็นกากนาสูรจริง ๆ

เอาใจช่วยน้องที่เล่นเป็นพระราม หรือพระลักษมณ์ ก็ไม่รู้จำไม่ได้ ตอนแรกจะยกลอยแต่เหมือนไม่ขึ้น หล่นลงมาเล็กน้อย สุดท้ายก็ขึ้นได้ เก่งมาก
.

ฉากยกธนูโมลี กับเจอสีดา ไม่มีอะไรเลย เหมือนแค่เอามาคั่นช่วงรอเปลี่ยนฉากถัดไปมากกว่า แต่นางสีดาสวยมาก
.
ฉากที่ 3 สำมนักขาก่อศึก
หลังจากพระรามและนางสีดากลับมายังนครอโยธยา นางไกยเกษีได้ทวงสัญญาที่ให้พระพรตพระอนุชาของพระรามขึ้นครองกรุงอโยธยา ท้าวทศรถต้องจำยอม พระรามพระลักษมณ์พร้อมทั้งนางสีดารับสัตย์จากพระบิดาออกเดินป่าเป็นเวลา 14 ปี โดยทั้ง 3 พระองค์ผนวชเป็นฤษี ขณะอยู่ในป่า สำมนักขาขนิษฐาของทศกัณฐ์ได้พบพระรามจึงเข้าไปเกี้ยว จนในที่สุดถูกพระลักษมณ์ “ตัดตีนสินมือ” สำมนักขาไปฟ้องเชษฐาคือทศกัณฐ์และยุยงทศกัณฐ์ซึ่งมีราคะจริตแรงกล้าจนทศกัณฐ์หลงเชื่อ

อันนี้ก็เป็นฉากท้องพระโรงกรุงลงกาปกติเจ้าเก่าเหมือนปีก่อน ๆ มีนางสำมนักขาที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นโผล่มาก ฉากนี้เต็มไปด้วยยักษ์พร้อมหน้าทั้ง กุมภกรรณ อินทรชิต พิเภก เพราะ ยังไม่ได้เริ่มศึกกันเลย ตัวละครเหล่านี้เลยยังอยู่ในกรุงลงกา

จังหวะที่ทศกัณฐ์โกรธแล้วเหลือแต่ไฟสีแดงมีควันสวยมาก


จากนั้นทศกัณฐ์ให้มารีศแปลงกายไปเป็นกวางทองเพื่อล่อพระรามออกมาจากนางสีดา ตัวกวางทองคือสวยมาก ขนาดมองจากระยะห่างมาพอควรยังเห็นความสวย
.
ฉากที่ 4 พลัดพราก
ทศกัณฐ์อุบายให้มารีศแปลงกายเป็นกวางทอง ล่อลวงให้พระรามออกติดตามกวาง เมื่อได้โอกาส ทศกัณฐ์จึงแปลงกายเป็นสุธรรมฤาษี เข้ามาฉุดคร่านางสีดาพาขึ้นราชรถเหาะไปยังกรุงลงกา

ฉากนี้เป็นฉากที่ค่อนข้างนานมาก ประกอบไปด้วยฉากย่อย ๆ ตอนแรกเป็นฉากอาศรมฤๅษีพระราม มีกวางทองโผล่มาแล้วนางสีดาอยากได้ จนพระรามต้องยอมออกไปจับ ซีนนางสีดาบทพากย์ตลกมาก ขำกันทั้งโรง

ต่อมาเป็นฉากที่รู้สึกประทับใจที่สุดในการแสดงครั้งนี้ คือ “พระรามตามกวาง“ องค์ประกอบทุกอย่างลงตัวมาก ฉากสวย นักแสดงเล่นเก่ง การวาง blocking ทั้งตัวพระราม กวางทอง ต้นไม้ทองที่ขยับได้เพื่อให้กวางซ่อนตัว ทุกอย่างลงจังหวะ คิดว่าต้องซ้อมกันมานานมากถึงได้เป๊ะขนาดนี้

ยิ่งฉากทองลายรดน้ำด้านหลังคือสวยมาก ๆ ถ้าใครตาดีจะสังเกตเห็นน้อนหมูเด้งในฉากด้วย อยู่ล่าง ๆ
พอพระรามแผลงศรยิงกวางทอง (มารีศแปลง ตามอุบายทศกัณฐ์) ก็ตัดภาพมายังอาศรมพระรามอีกครั้ง สีดาได้ยินเสียงพระรามแปลงของมารีศ จึงให้พระลักษมณ์ออกไปตาม เป็นอันเข้าแผนทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์แปลงเป็นสุธรรมฤๅษีมาหลอกนางสีดา
บทพากย์สีดาเรียกเสียงหัวเราะได้อีกรอบกับซีน ”เชิญนิมนต์ท่านออกไป“

จากนั้นทศกัณฐ์ลักนางสีดาพาขึ้นราชรถเหาะกลับกรุงลงกา เหมือนอย่างที่น่าจะเคยเห็นตามข่าว ก็คือยกลอยไปทั้งราชรถทั้งคัน ถือเป็นซีนปิดจบองก์ที่ 1 แบบสมบูรณ์

ราชรถลอยของจริงจะเห็นสลิงประมาณนี้ แต่ก็ยังคงสวยงาม
โดยรวมองก์ที่ 1 ถ้าให้พูดตามความจริง คือ ค่อนข้างน่าเบื่อ เนื้อเรื่องค่อนข้างกระโดด ไม่ปะติดปะต่อกัน ถ้าไม่อ่านรามเกียรติ์มาก่อนน่าจะงง
แล้วก็มีซีนฉากดำ หรือ ฉากที่เอามาคั่นเพื่อรอเปลี่ยนฉาก มากเกินไป ประกอบกับการดำเนินเรื่องแบบจับตอนมาทำให้มันแปลก ๆ มาสนุกในช่วงพระรามออกเดินป่าเป็นต้นไป
.
..... ขอขอบคุณ เรื่องและภาพจาก https://pantip.com/topic/43100440
.
|