ppsan
|
 |
« on: 05 September 2022, 22:12:01 » |
|
แผ่นดิน 2 กษัตริย์ สู่รอยร้าวในราชสำนัก!
แผ่นดิน 2 กษัตริย์ สู่รอยร้าวในราชสำนัก!
เกร็ดประวัติศาสตร์ 4 มีนาคม 2021 · แผ่นดิน 2 กษัตริย์ สู่รอยร้าวในราชสำนัก!
ดังที่ทราบกันดีแล้วว่า ครั้งหนึ่งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ราชวงศ์วงศ์จักรีได้มีพระเจ้าอยู่หัวถึงสองพระองค์ครองราชสมบัติปกครองประเทศร่วมกัน คือ สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่4) ทรงมีพระอนุชา (น้องชาย) อยู่หนึ่งพระองค์นามว่า “สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฑามณี” ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงให้ความรักและเมตตาต่อพระอนุชาองค์นี้มาก และพระอนุชาเองก็ทรงให้ความรักและเคารพต่อพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ผู้เป็นพี่ชายเช่นกัน ทั้งสองพระองค์เป็นพี่น้องที่ประสูติจากแม่เดียวกัน ประทับร่วมกัน ผ่านสุขร่วมทุกข์กันมาโดยตลอด
ด้วยความรักของพี่น้องที่มีต่อกัน ประกอบกับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงมีวิชาความรู้ทางโหราศาสตร์ พระองค์เห็นว่าดวงพระชะตาของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฑามณีนั้นแข็งแกร่งมาก บารมีไม่ได้น้อยไปกว่าพระองค์เลย ตัวของสมเด็จฯเจ้าฟ้าจุฑามณีนั้นก็รับราชการมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นถึงผู้บัญชาการกรมทหารปืนใหญ่ กรมทหารแม่นปืน เป็นต้น นับว่าประสบการณ์มีมากนัก หากยกขึ้นเป็นกษัตริย์คู่กับพระองค์แล้วไซร้ ก็จะเป็นผลดีต่อราชสำนักสืบไป
พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการสถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จฯเจ้าฟ้าจุฑามณี ขึ้นเป็นพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า มีพระราชพิธีบวรราชาภิเษก ทรงรับพระบวรราชโองการให้พระเกียรติยศเสมอด้วยพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 2 เฉลิมพระปรมาภิไธยจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว”
ในต้นปี พ.ศ. 2408 สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ทรงมีพระอาการประชวรที่หาสาเหตุพระโรคได้ไม่แน่ชัด พระจอมเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทับเยี่ยมไข้ที่วังหน้า (ธรรมศาสตร์) เป็นประจำทุกวัน ดูแลพระอนุชาจนนาทีสุดท้ายของพระชนม์ชีพ จนเวลาเช้าย่ำรุ่ง ตรงกับวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408 สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เสด็จสวรรคต รวมพระชนมพรรษา 58 พรรษา หลังจากนั้นเพียง 3 ปีเศษ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 ก็สวรรคต สิ้นสุดแผ่นดินสองกษัตริย์
***กำเนิดรอยร้าว ระหว่างลูกพระจอมกับลูกพระปิ่น เหตุการณ์หลังการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
1. ในที่ประชุมพระราชวงศ์และขุนนางได้มีมติเอกฉันท์เห็นควรให้ยกราชสมบัติตกแก่พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า รัชกาลที่4 คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ฯ ขึ้นเป็นรัชกาลที่ 5 พระนามว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นพระชนมายุ 15 พรรษา ปกครองพระบรมหาราชวัง หรือวังหลวง
2. ในที่ประชุมพระราชวงศ์และขุนนางได้มีมติเอกฉันท์เห็นควรให้ยกตำแหน่งกรมพระราชวังบวร(พระมหาอุปราช,วังหน้า) แก่พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นกล้า พระนามว่า พระเจ้าบวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายอดยิ่งประยูรยศ ขึ้นเป็น กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ขณะนั้นพระชนมายุ๓๑ พรรษา ปกครองพระราชวังบวร หรือวังหน้า(ธรรมศาสตร์)
ในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ประมาณปี พ.ศ. 2417 พระองค์ทรงริเริ่มปฏิรูปการปกครองประเทศโดยการดึงอำนาจเข้าศูนย์กลาง ทรงตั้งระบบหอรัษฎากรพิพัฒน์ (ปัจจุบันคือ กระทรวงการคลัง) เพื่อรวบรวมการเก็บภาษีทั้งหมดมาไว้ในที่เดียว ซึ่งทำให้เจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่บางท่านไม่พอใจ เพราะกระทบต่อการเก็บรายได้ โดยเฉพาะเจ้าวังหน้าที่แต่เดิมนั้นมีรายได้ถึง 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด ในที่สุดก็มีข่าวว่าวังหน้าริเริ่มสะสมกำลังทหารซึ่งมีมากถึง 2,000 นาย สถานการณ์ทั้ง 2 วังเริ่มตึงเครียด ความสัมพันธ์ของวังหลวงและวังหน้าได้ตัดขาดลงบางส่วน ชาวบ้านประชาชนหวั่นเกรงว่าอีกไม่นานต้องเกิดสงครามระหว่าง กษัตริย์กับอุปราชเป็นแน่
แต่แล้ว!!ในปีเดียวกันนั้นเวลาประมาณห้าทุ่มเศษ ได้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่วังหลวงซึ่งเป็นจุดอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากอยู่ใกล้คลังแสงและวัดพระแก้ว ในเวลาเดียวกันนั้นก็พบเหล่าทหารวังหน้าที่ดูเหมือนจะบังเอิญมาประจำการอยู่บริเวณรอบๆจุดเกิดเหตุ และพยายามที่จะเข้ามาช่วยดับไฟแต่กับมีอาวุธติดกายมาด้วย ทหารวังหลวงเห็นเข้าจึงขัดขวางและปฏิเสธความช่วยเหลือ …เหตุการณ์นี้จึงตอกย้ำรอยร้าวของทั้งสองวังมากขึ้นจนถึงขั้น....(ในตอนต่อไป)
 จากภาพซ้าย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 จากภาพขวา พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า เจ้าอยู่หัว
..... ขอขอบคุณเรื่องและภาพจาก..... https://www.facebook.com/เกร็ดประวัติศาสตร์-726502237386172/photos/3729725003730532
|